Fat Grafting เทคโนโลยีขั้นสุด ที่ไม่ใช่แค่ดูดไขมัน แล้วฉีดกับเข้าไป

เทคโนโลยีใหม่ๆ ในวงการศัลยกรรมของโลกตอนนี้บอกเลยว่าก้าวหน้าไปไกลหลายขั้นแล้ว ในสมัยก่อน การทำศัลยกรรมอาจเป็นเรื่องเสี่ยงที่คนไข้ต้องคอยลุ้นว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ในปัจจุบันมีสถานเสริมความงามที่มีคุณภาพผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด การแข่งขันที่สูงเลยทำให้แต่ละแห่งงัดคุณภาพ งัดงานดีๆ ออกมาสู้กันยิบตา

และเทคโนโลยี Fat Grafting ก็เป็นอีกกลยุทธ์ล่าสุดที่หลายๆ สถานเสริมความงาม นำมาเป็นตัวช่วยสำคัญให้ผู้มาใช้บริการ ซึ่ง Fat Grafting ก็คือการดูดไขมันในส่วนที่ไม่จำเป็นของตัวเองออกมา แล้วนำไปเติมเต็มในส่วนที่ต้องการแทนนั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นการเสริมหน้าอก การเติมร่องรอยตีนกา การทำหน้าให้เต่งตึง แต่การจะนำเอาไขมันตัวเองมาใช้ ไม่ใช่ทำง่ายๆ แบบนึกอยากจะดูดก็เอาเข็มดูดออกมา แล้วนึกอยากจะฉีดก็ฉีดกลับเข้าไป เพราะในความเป็นจริงแล้ว แพทย์ต้องเลือกส่วนของไขมันที่ดีในส่วนต่างๆ ของร่างกายที่เราไม่ต้องการออกมาเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็น ต้นขา หน้าท้อง สะโพก เมื่อได้ไขมันตามจำนวนที่ต้องการแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนของการเตรียมไขมัน ซึ่งเป็นงานละเอียดอ่อน ด้วยการนำไขมันไปเข้าเครื่องปั่นทางการแพทย์ เพื่อแยกชั้นไขมัน แยกเนื้อเยื่อไขมันที่มีชีวิต แล้วเลือกไขมันที่มีชีวิตรอดมาใช้ จากนั้นนำส่วนไขมันที่ได้ไปสกัดเซลล์ไขมัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีไขมันที่มีชีวิตอยู่ในปริมาณที่แน่นอน เวลาแพทย์ฉีดในบริเวณที่เราต้องการก็จะได้คำนวณได้ถูกต้องว่าต้องฉีดไขมันเข้าไปเท่าไร ซึ่งเทคนิคการฉีดไขมันเข้าสู่ร่ายกายคนไข้ให้ได้ความเรียบเนียนนั้น ต้องใช้แพทย์ที่มีประสบการณ์เป็นอย่างมาก เพราะธรรมชาติของเซลล์ไขมันจะบอบบางเป็นอย่างมาก

เห็นมั้ยค่ะว่า Fat Grafting เป็นเทคโนโลยีขั้นสุดที่แสดงให้เห็นความก้าวหน้าทางนวัตกรรมในวงการศัลยกรรมได้เป็นอย่างดี สาวๆ หนุ่มๆ คนไหนอยากสวยทางลัดแบบไม่ต้องเจ็บตัว Fat Grafting เป็นคำตอบที่ใช่มากๆ

อาหารต้องห้ามของคนที่เพิ่งทำศัลยกรรม

เรื่องของความสวยความงาม ไม่มีใครจะสามารถปฏิเสธได้ เพราะไม่ว่าจะวัยรุ่น วัยเรียน วัยทำงาน วัยผู้ใหญ่ หรือแม้แต่กระทั้งผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปแล้ว ก็ยังอยากมีใบหน้าที่สวยหล่อตราบนานเท่านาน แต่กาลเวลาก็มักจะพรากความงามของเราไป การศัลยกรรม จึงเป็นทางออกที่ดีที่จะช่วยย้อนเวลาและเติมเต็มความสวยให้แก่เราได้ แต่สิ่งสำคัญพอๆ กับการทำศัลยกรรมก็คือ การดูแลตัวเองหลังการทำศัลยกรรม โดยเฉพาะการรับประทานอาหาร มีอาหารหลายชนิดที่เราควรหลีกเลี่ยง ซึ่งมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

  1. อาหารรสจัด เพราะความเผ็ดมักจะทำให้น้ำมูลของเราไหล และน้ำมูลคือสารคัดหลั่งที่มีเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่ทำศัลยกรรมจมูกมาเกิดอาการอักเสบภายในโพรงจมูกได้ รวมทั้งความเผ็ดยังทำให้เกิดความร้อน เหงื่อออกเยอะ แผลที่เราไปศัลยกรรมก็อาจเกิดติดเชื้อได้
  2. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะมีผลต่อแผลศัลยกรรม อาจจะทำให้แผลหายช้ากว่าปกติ รวมทั้งการเมามากๆ จนขาดสติอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุกับแผลได้
  3. ไข่ การงดรับประทานไข่หลังผ่าตัดเป็นความเชื่อมายาวนาน แม้ว่าจะไม่มีข้อพิสูจน์ว่าทานได้หรือทานไม่ได้ แต่ในระยะแรกๆ หลายก็มักจะงดไปก่อน
  4. ผลไม้ดอง เป็นสิ่งที่ควรงดไปก่อน และควรเปลี่ยนไปทานผลไม้สดจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า
  5. น้ำมะพร้าว แม้จะเป็นน้ำที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากๆ แต่หลังจากทำศัลยกรรมมาบางคนรับประทานน้ำมะพร้าวแล้วเกิดอาการบวมและช้ำนานขึ้นกว่าเก่า ดังนั้นจึงควรงดไปก่อน

 

เมื่ออยากสวยแล้ว ก็ควรจะดูแลตัวเองให้ดีหลังจากทำศัลยกรรมมา เพราะการไม่ดูแลตัวเอง อาจทำให้แผลบวม หายช้า หรือหนักถึงขั้นเกิดการติดเชื้อเลยก็ได้ ดังนั้นอดใจสักนิด เมื่อแผลหายแล้ว เราก็สามารถรับประทานทุกอย่างได้ตามปกติแล้วค่ะ

ข้อดีของการไปสถานเสริมความงาม

สถานเสริมความงาม
สถานเสริมความงาม

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ นะคะ ว่าทุกคนยอมอยากจะดูดี ดูสวย ดูหล่อขึ้น ไม่ว่าจะอายุ หรือเพศไหน เพราะด้วยสัมคมปัจจุบันที่เรื่องหน้าตาการแต่งตัวถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ถึงหลายคนจะเคยพูดว่า จะคบใครต้องดูที่จิตใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หน้าตากลับกลายเป็นสิ่งแรกที่เราพิจารณาและเลือกที่จะคบค้าสมาคมด้วย ดังนั้น การเสริมโน้นแต่งนี้จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญของหลายๆ คนไปโดยปริยาย

ซึ่งการจะไปเพิ่มเติมความสวยให้กับตัวเองนั้น สถานที่แรกที่ทุกคนต้องคิดถึงคือ สถานเสริมความงาม เพราะอะไร และข้อดีของการไปสถานเสริมความงามคืออะไรมาดูกัน

  1. มาตรฐานการบริการที่ได้คุณภาพ ช่วยให้ปลอดภัยและมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าทำออกมาแล้วจะการันตรีได้ถึงผลที่ตามมา
  2. รักษาโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญจริงๆ เพราะอย่างที่รู้กันว่า การทำศัลยกรรมจำเป็นต้องกระทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูง
  3. ความพร้อมของเครื่องมือและอุปกรณ์ เพราะหากเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้น ก็จะสามารถช่วยเหลือคุณได้อย่างทันท่วงที
  4. ความสะอาด มีการฆ่าเชื้อโรคที่ถูกต้องเหมาะสม อุปกรณ์ทางการแพทย์และสถานที่รักษาได้มาตรฐาน
  5. มีการบริการที่ครบวงจร ช่วยให้คุณทำได้ครบในที่แห่งเดียว เรียกว่าเจ็บตัวครั้งเดียว สวยแบบจัดเต็มไปเลย แถมในสถานเสริมความงาม ไม่ใช่มีแต่ศัลยกรรมอย่างเดียว การทำหน้าใส หน้าเนียน บำรุงผิว ก็สามารถทำได้แบบพร้อมสรรพ
  6. คุณสามารถเข้าไปรับการปรึกษาก่อนที่จะทำได้ พูดคุยกับแพทย์ถึงความเป็นไปได้ก่อนการศัลยกรรม รวมทั้งอาจมีเคสอื่นๆ เป็นตัวอย่างให้คุณดูอีกด้วย

บอกเลยว่าข้อดีมีเยอะขนาดนี้ ใครที่คิดจะประหยัดงบ คว้าหมอกระเป๋ามาฉีดโน้นเติมนี้ให้ หยุดความคิดแบบนั้นด่วนเลยจ๊ะ เพราะนอกจากจะเสี่ยงหน้าพังแล้ว ไม่สวยอย่างที่ใจนึกแล้ว คุณอาจจะต้องเสียเงินซ้ำซ้อน เสียเวลาทำมาหากินอีกด้วย

ใครที่กำลังมองหาคลีนิคเสริมความงามดีๆ เราอยากให้ลองเข้าไปดูที่ Grand Esta – คลินิกศัลยกรรมความงามครบวงจรชั้นนำของไทย ที่นี่มีบริการเสริมความงามให้ท่านแบบครบวงจร ทั้งการปรับรูปหน้า โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ แฟตกราฟ ศัลยรรมและอื่นๆอีกมากมาย ลองเข้าไปดูที่ http://www.grandesta.com ได้เลย มีคุณหมอน่ารักๆคอยให้คำแนะนำอยู่ตลอดเลยจ้า

ความงามกับการดุแลผิวหน้าเพื่อความอ่อนเยาว์

ความอ่อนเยาว์
ความอ่อนเยาว์

หลายๆคนคงมีปัญหาเกี่ยวกับผิวหน้าของตนเองที่แตกต่างกันไป ทั้งเรื่องของสิว ผิวคล้ำ เป้นกระ หน้ามัน หน้าแห้ง หลายคนคงหาสารพัดวิธีมาเพื่อดุแลใบหน้าของตนเองให้มีสุขภาพที่ดีอยู่เสมอ หลายวีที่นำมาใช้ บ้างก็ดี บ้างก็ยิ่งทำให้ใบหน้าย่ำแย่ลงไปอีก วันนี้ เราจะมาแนะนำการดูแลใบหน้าเบื้องต้น ให้สวย ใส แลดูมีสุขภาพดีกันอย่างง่ายๆนะคะ

1.การล้างหน้า

การล้างหน้าหรือการทำความสะอาดผิวหน้าคือสิ่งสำคัญอันดับต้นๆเลยทีเดียว เพราะหากเราทำความสะอาดใบหน้าได้ไม่สะอาดหมดจดแล้ว จะทำให้สารเคมีที่เราล้างไม่หมดตกค้างอยู่บนใบหน้าของเราและส่งผลให้หน้าของเรานั้นเกิดการอุดตันของรูขุมขน ทำให้เป็นสิว หรือปัญหาอื่นๆตามมาอีกได้

2.ทาครีมบำรุงผิว

ครีมบำรุงผิวในปัจจุบันนั้นมีหลากหลายชนิด ทั้งครีมกันแดด ครีมทากลางวัน ครีมทากลางคืน เราจำเป็นต้องใช้ให้ถูกกับผิวหน้าของเรา ต้องดูด้วยว่าหน้าเราเป็นผิวแบบไหน แห้งหรือมัน แล้วเลือกใช้ครีมให้ถูกกับผิวหน้า ก็จะทำให้หน้าของเรามีความชุ่มชื้น แลดูสุขภาพดีได้

3.อาหารเพื่อผิว

การรับประทานอาหารก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผิวของเรามีสุขภาพที่ดีหรือแย่ได้ การกินแต่อาหารขยะ จะทำให้ผิวของเราเสื่อมโทรม เราควรเลือกกินผัก ผลไม้ ที่มีส่วนช่วยให้ผิวของเราสุขภาพดีอย่างเช่น มะเขือเทศ เป็นต้น

4.ดื่มน้ำให้เพียงพอ

เราควรดื่มน้ำให้มากกว่าวันละ 8 แก้ว เพราะน้ำคือส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย ดื่มน้ำให้เพียงพอแล้วหน้าของเราจะใส เต่งตึงไม่เหี่ยวย่นแน่นอน

เคล็ดลับกำจัดหนังคอเหี่ยว

หนังคอเหี่ยว
หนังคอเหี่ยว

ความเหี่ยวของใบหน้าเป็นสัญญาณที่บ่งบอกความแก่ที่สาวๆไม่เคยต้องการ และเชื่อว่าผู้หญิงเกือบทุกคนบนโลกนี้ ล้วนแต่ให้ความสำคัญกับผิวหน้าเป็นอันดับแรก แม้ว่าส่วนอื่นจะสกปรกแต่ถ้าผิวหน้าข้างนอกดูดีก็ถือว่าผ่าน ทั้งนี้เพราะผิวหน้าหรือผิวลำคอเป็นจุดที่คนอื่นๆสามารถเห็นได้ชัดเจนมากที่สุดนั่นเอง

แล้วจะต้องทำอย่างไรละถึงจะทำให้ผิวหนังส่วนนี้เต่งตึงให้ได้นานมากที่สุด หลายต่อหลายคนพยายามหาครีมบำรุงที่มีคุณสมบัติล้ำเลิศ เพื่อหวังประทินและฉุดรั้งความชราทั้งในส่วนของผิวหน้าและผิวลำคอ แต่สิ่งเหล่านั้นเพียงพอหรือเปล่าที่จะทำให้คุณหน้าตึงได้ตลอดไป?

เพราะในความเป็นจริงแล้ว บริเวณลำคอถือเป็นจุดสำคัญที่สามารถเกิดริ้วรอยได้ง่ายไม่แพ้กับส่วนอื่นๆบนใบหน้าเลย เพราะตัวการสำคัญที่ทำให้ลำคอเหี่ยวย่นมีได้หลายประการ เช่น

– รังสียูวีจากแสงแดด

– การก้มๆ เงยๆ จากการทำงานหรือการติดอยู่บนโลกโซเชี่ยล

– การเสื่อมของเซลล์ที่เกิดจากความแก่ตัวตามวัย

ทั้งหมดนี้ล้วนแต่สามารถทำให้เกิดริ้วรอยเป็นชั้นๆ บริเวณคอ หรือเกิดความหย่อนคล้อยของผิวลำคอได้ มากไปกว่านั้นยังทำให้เกิดความหมองคล้ำได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายวิธีที่ช่วยป้องกันปัญหานี้ได้ หากไม่ต้องการแก่ก่อนวัยมาใส่ใจดูแลผิวบริเวณลำคอด้วย 5 ข้อต่อไปนี้กันเถอะค่ะ

บอกลาหนังคอเหี่ยวด้วย
5 วิธีง่ายๆที่ช่วยดูแลผิวหนังบริเวณลำคอ

1. ทาครีมกันแดดคุณภาพดี

ไม่ใช่ว่าครีมกันแดดอะไรก็ได้ แต่คุณควรเลือกครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อช่วยปกป้องผิวของคุณให้ดีที่สุด วิธีการดูว่าครีมกันแดดนั้นดีมากเท่าไหร่ให้สังเกตจากครีมกันแดดที่มีค่า PA ตามด้วยเครื่องหมายบวก (+) หลายๆตัว ยิ่งมีเครื่องหมายบวกเยอะมากเท่าไหร่ยิ่งสามารถป้องกันผิวจากรังสี UVA, UVA1 และ UVB ได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ก็ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆด้วย จึงจะสามารถป้องกันแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงมากที่สุด

การเลือกครีมกันแดดที่ดีและทาอย่างสม่ำเสมอทุกวันจะช่วยลดความหมองคล้ำ จุดด่างดำ และริ้วรอยบริเวณผิวหน้าและลำคอได้
2. ใช้ครีมยกกระชับผิว

สำหรับคนที่มีอายุมากขึ้นการทาครีมกันแดดเพียงอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ เพราะนั้นเป็นแค่เพียงการป้องกันเท่านั้น หากต้องการให้ผิวที่คอเต่งตึงอย่างยาวนาน ต้องบำรุงด้วยสารที่สามารถต่อต้านริ้วรอยด้วย

พอเลือกครีมได้แล้วยังไม่จบพิธีนะคะ เพราะคุณควรจะต้องทาครีมเหล่านี้ด้วยขั้นตอนที่ถูกต้องด้วย หากใครไม่ทราบวิธีที่เหมาะสมที่จะช่วยต้านริ้วรอยบริเวณลำคอ ให้ทำตามนี้ค่ะ

ขั้นตอนที่ 1 ใช้ปลายนิ้วแตะครีมยกกระชับแล้วแต้ม 5 จุด ที่บริเวณลำคอ ลูบไล้เนื้อครีมให้กระจายอย่างทั่วถึง

ขั้นตอนที่ 2 ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางลูบไล้จากด้านล่างลำคอขึ้นสู่ด้านบน โดยให้ออกแรงกดลงไปพอประมาณ

ขั้นตอนที่ 3 เลื่อนนิ้วจากลำคอขึ้นไปต่อ โดยเลื่อนขึ้นไปตามแนวกรามต่อขึ้นไปยังบริเวณใบหู อย่าลืมออกแรงกดบริเวณนี้เบาๆ แล้วจึงถอนปลายนิ้วออก

3. อย่านอนหมอนสูงเกินไป
ไม่น่าเชื่อว่าการนอนหมอนในระดับที่ไม่เหมาะสมจะทำให้เกิดความเหี่ยวย่นได้อย่างง่ายดาย สิ่งที่คุณควรรู้ก็คือ การหนุนหมอนสูงเกินไปจะทำให้เกิดรอยพับที่คอ ยิ่งคุณนอนหลับไปทั้งๆที่ยังหนุนหมอนที่สูงอย่างยาวนานกว่า 6-8 ชั่วโมงต่อวันนั้น มันจะกลายเป็นริ้วรอยแบบถาวรที่แก้ไขไม่ได้

ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุด ก็คือ การเลือกนอนหนุนหมอนที่สูงในระดับที่พอดี เพื่อไม่ให้คอพับมากจนเกินไป เท่านี้ก็จะช่วยป้องกันริ้วรอยที่ลำคอได้แล้วละค่ะ
4. เล่นมือถือสมาร์ทโฟนให้น้อยลง

ยุคปัจจุบัน คนสมัยใหม่ใช้เวลากับมือถือยาวนานกว่าสิ่งอื่นใด และเวลาที่เราก้มหน้าลงไปจ้องมือถือนั้นก็ย่อมสร้างรอยพับที่คอได้เช่นกัน วิธีแก้ก็แค่พยายามใช้มันให้น้อยลง ปรับองศาการก้มให้เหมาะสม เพื่อให้ผิวของคุณสวยและห่างไกลริ้วรอยอย่างเนิ่นนาน
5. บำรุงผิวด้วยอาหาร

หลังจากที่ลด ละ เลิก พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมไปแล้ว ก็ยังจำเป็นต้องบำรุงผิวจากภายในควบคู่กันไปด้วย วิธีที่ทำได้ก็คือ การทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เพราะสารตัวนี้จะช่วยต่อต้านการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว รวมถึงอาหารที่มีโปรตีนเพื่อเสริมการสร้างเซลล์ผิวและคอลลาเจน
ถ้าทานอาหารเหล่านี้อย่างพอเพียง ผิวของคุณก็จะเหี่ยวยากขึ้นแน่นอน

ไม่ว่าคุณจะมีผิวหน้าที่ดีเพียงใด แต่ถ้าเลื่อนสายตาลงมาถึงคอแล้วพบรอยเหี่ยวย่น ก็คงจะไม่น่ามองเท่าไหร่นัก ดังนั้น การทำตามข้อแนะนำเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะหลักการปฏิบัติทั้ง 5 ข้อนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ยากและทำได้จริง หากคุณปฏิบัติตนตามที่กล่าวมานี้ ก็น่าจะช่วยให้คุณมีใบหน้าและลำคอที่สวย ไม่เหี่ยวย่นได้อย่างแน่นอน

อย่าลืมว่าความสวยงามนั้น คุณสามารถสร้างและทำลายมันได้ด้วยตัวของคุณเอง เพราะฉะนั้น ต้องรู้จักดูแลตัวเองให้ดี เพื่อถนอมความเยาว์วัยให้ยาวนานไปตลอดให้ได้นั่นเอง

เคล็ดลับร่นอายุให้มือคู่สวยของคุณ

คุณอาจจะมีสารพัดครีมลดริ้วรอยทั้งผิวกายและผิวหน้า ทว่ากับมือคู่น้อยๆ ของคุณล่ะ คุณใส่ใจและดูแลมือทั้งสองข้างดีแล้วหรือยัง นั่นก็เพราะมือของคุณสามารถบอกอายุที่แท้จริงได้ไม่แพ้ริ้วรอยบนใบหน้านั่นเอง ถ้าผิวหน้าและผิวกายจะไวต่อแสงแดดจนก่อให้

hands

เกิดริ้วรอยได้ สองมือของคุณก็ไวต่อแสงได้ฉันนั้น ทั้งที่แท้จริงแล้วในชีวิตประจำวันมือของเรากลับต้องรับบทหนักกว่าผิวในส่วนอื่นๆ เสียอีก ทั้งหยิบจับสิ่งของ เป็นทั้งหน่วยกล้าตายในการเผชิญกับเชื้อโรคต่างๆ

ปัญหาที่ทำให้มือต้องเสี่ยงกับการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร

ปัญหา – ผิวแห้งจากการล้างมือบ่อยๆ ซึ่งการปล่อยให้ผิวแห้งก็จะก่อให้เกิดริ้วรอยได้

การแก้ปัญหา

  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับมือของคุณครั้งหลังที่ต้องสัมผัสกับน้ำ เช่น ครีม โลชันหรือออยล์
  • เลือกบำรุงผิวมือให้คล้ายคลึงกับการดูแลผิวหน้า เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้กับผิวในตอนเช้าด้วยครีมกันแดดและเพิ่มวิตามินเอให้ผิวในตอนกลางคืน

ปัญหา – ปล่อยให้มือโดนแดดมากเกินไป ซึ่งแสงแดดถือเป็นปัญหาใหญ่ของริ้วรอยและการสร้างเม็ดสีที่มากกว่าปกติ ทำให้เกิดปัญหาผิวที่มือเข้มกว่าส่วนอื่น อีกทั้งแสงแดดยังทำให้ความหนาของผิว คอลลาเจนและความยืดหยุ่นลดลงอีกด้วย

การแก้ปัญหา

  • ทาครีมกันแดดให้มือมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • เลือกสวมถุงมือทุกครั้งที่ต้องเผชิญแดดเท่าที่จะสะดวกและเอื้ออำนวย

ปัญหา – การสูญเสียไขมันไปตามอายุของเรา ยิ่งสูญเสียมากเท่าไหร่จะทำให้เราเห็นเส้นเลือดชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น ไขมันที่มือของคุณจะช่วยในการลดแรงกระแทกกับหลอดเลือดดำ ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้อย่างดีไม่มีปัญหาริ้วรอย

การแก้ปัญหา

การเลือกฉีดฟิลเลอร์ในกลุ่มจูวีเดิมและฟิลเลอเรสทิเลน เพื่อเติมร่องลึกของริ้วรอยด้านหลังมือของคุณเพื่อช่วยอำพรางหลอดเลือดดำ

ด้วยการดูแลขั้นพื้นฐานที่ดีและการป้องกันที่จำเป็นสำหรับมือ จะช่วยร่นระยะเวลาของการเกิดริ้วรอยไม่ให้เร็วไปกว่าใบหน้าของคุณ อย่าลืมหันมาดูแลสองมือน้อยกันได้แล้ว