อยากหน้าอกสวย ไม่อยากเจ็บตัวเยอะ ต้อง Fat Grafting

            หน้าอก เป็นการศัลยกรรมพื้นฐานอีกอย่างที่สาวแท้ สาวเทียม ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการมีหน้าอกที่ขนาดกำลังดี จะช่วยให้เวลาใส่เสื้อผ้าดูสมสัดส่วนขึ้น และดูมีเสน่ห์ดึงดูดสายตาหนุ่มๆ ได้เป็นอย่างดีด้วย แต่การศัลยกรรมหน้าอก ก่อนหน้านี้คงต้องเพิ่งแต่เจ้าซิลิโคนอย่าเดียวเท่านั้น แต่บอกเลยว่าปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์ ช่วยให้การเสริมหน้าอกมีทางเลือกที่เพิ่มขึ้น ด้วยการนำไขมันตัวเอง ไปฉีดเพิ่มขนาดที่หน้าอก หรือที่เรียกด้วยศัพท์ทางการแพทย์ที่ว่า Fat Grafting

Fat Grafting เป็นวิวัฒนาการที่ฮอตฮิตมากๆ ในประเทศเกาหลี ไอดอลดาราหลายๆ คนมักจะใช้วิธีนี้กัน เพราะเป็นการศัลยกรรมที่เจ็บตัวน้อย ไม่มีแผลผ่าตัด ดูแลตัวเองหลังผ่าตัดง่าย และยังได้ผลดีอีกด้วย โดยขั้นตอนการเสริมหน้าอกด้วยวิธี Fat Grafting นั้นไม่ยุ่งยากนัก เพราะจะทำโดยการดูดไขมันในส่วนที่เราไม่ต้องการออก อาทิ หน้าท้อง สะโพก แล้วจากนั้นนำไขมันที่ได้ไปปั่นและผ่านกระบวนการแยกเซลล์ไขมัน เพื่อคัดแต่ไขมันคุณภาพดีเท่านั้น จากนั้นจะทำไขมันที่ได้ฉีดกลับเข้าไปในบริเวณหน้าอก ในปริมาณไซน์ที่เราต้องการ แต่เวลาฉีดนั้นแพทย์จะใช้เทคนิคพิเศษช่วยเพื่อให้ผิวเรียบเนียนและไขมันเรียงตัวกันดี แต่ข้อจำกัดของการเสริมหน้าอกด้วย Fat Grafting นั้น จะต้องมีการทำซ้ำ เพราะแต่ละครั้งที่ทำจะเพิ่มขนาดได้ประมาณ 1 คัพเท่านั้น หากคนไข้อยากได้ไซน์หน้าอกขนาดใหญ่ ต้องทำซ้ำอีกครั้ง แต่มีข้อดีเพียบ เพราะเป็นการทำหน้าอกที่มีแผลเพียงรอยเข็ม และเมื่อทำแล้วจะให้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติอย่างมาก ใช้มือสัมผัสไปไม่เจอก้อนหรือซิลิโคนอย่างแน่นอน

งานนี้เชื่อว่าคนที่กำลังจะไปเสริมหน้าอก คงกำลังช่างใจอยู่ว่าจะทำแบบไหนดี เพราะ Fat Grafting เป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ เจ็บตัวน้อย และยังได้หน้าอกที่ดูเป็นธรรมชาติอีกด้วย

 

อยากทำก็ทำไม่ได้!! 3 ประเภทบุคคลที่ห้ามทำจมูก

ศัลยกรรมจมูก
ศัลยกรรมจมูก

การเสริมจมูก เป็นการศัลยกรรมพื้นฐานที่ในปัจจุบันนี้บอกได้เลยว่า หลายคนถอยมาใหม่บ่อยกว่า ถอยรถเสียอีก แต่ก็มีคนหลายประเภทเหมือนกันที่กลายเป็นบุคคลต้องห้ามในการทำศัลยกรรมจมูก ซึ่งมีประเภทไหนบ้างไปดูกันเลย

  1. โรคประจำตัว

คนที่มีปัญหาโรคประจำตัวเกี่ยวกับเลือด เช่นผู้ที่มีปัญหาเกล็ดเลือดต่ำ เป็นแผลแล้วเลือดไหลไม่หยุด และคนที่เป็นโรคภูมิขั้นรุนแรง แพทย์จะไม่ทำจมูกให้เพราะถือว่าเสี่ยงที่จะมีอันตรายได้ ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อหลังผ่าตัด หรือผลข้างเคียงอื่นๆ ส่วนผู้เป็นโรคเอดส์ ก็เป็นอีกกลุ่มโรคหนึ่งที่แพทย์จะไม่เสี่ยงผ่าตัดให้ เพราะนอกจากมีโอกาสแพร่เชื้อทางเลือดสูงแล้ว เมื่อผ่าตัดเสร็จ คนไข้อาจมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ เพราะโรคเอดส์เป็นโรคที่ทำให้ภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคแทรกซ้อนจึงสามารถเข้ามาคุกคามคนไข้ได้ง่าย

  1. นักกีฬาที่เล่นกีฬาที่มีความเสี่ยงกระทบกระเทือนสูง เพราะเมื่อทำแล้ว ระหว่างเล่นกีฬาหากเกิดการกระแทก ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้จมูกอักเสบหรือทะลุได้
  2. ผู้ที่เลือกทรงจมูกเกินกว่าจมูกพื้นฐานของตัวเองจะทำได้ เพราะการเลือกทรงจมูกนั้น ต้องเลือกให้เหมาะกับจมูกเดิมของเราด้วย บางคนอยากได้จมูกที่โด่งมากๆ เหมือนดารานักแสดง แต่ฐานจมูกไม่เอื้อที่จะทำได้มากขนาดนั้น แพทย์บางคนจะไม่ให้ เพราะเมื่อทำแล้วก็อาจจะไม่ถูกใจไม่ตรงกับความต้องการของคนไข้ ดังนั้นการจะทำจมูกจึงควรปรึกษาคุณหมอและดูที่ทรงจมูกตั้งต้นของตัวเองด้วย

ดังนั้นทางที่ดีก่อนที่คิดจะทำศัลยกรรมอะไร ลองหาข้อมูลให้ดีก่อน และที่สำคัญต้องเข้าไปปรึกษาคุณหมอ และควรต้องเชื่อคำแนะนำของคุณหมอด้วย เพราะหากเราตะบี้ตะบันทำตามความเชื่อของตัวเอง หรือคนรอบข้าง โดยที่ไม่มีความรู้ที่แท้จริง ก็อาจจะส่งผลร้ายมากกว่าผลดีก็เป็นได้

ข้อดีสุดเริ่ดของการฉีดไขมันตัวเอง

ฉีดไขมันที่หน้า
ฉีดไขมันที่หน้า

การฉีดไขมันตัวเอง เป็นการศัลยกรรมที่ถูกพัฒนามาจากอดีต ส่วนใหญ่นิยมนำมาทำการฉีดไขมันที่หน้า เพราะในสมัยก่อนการปลูกถ่ายไขมันแบบนี้ไม่เป็นที่นิยมเพราะเมื่อทำแล้วไม่เห็นผลเท่าที่ควร ไขมันตายไปไม่สามารถอยู่รอดได้ แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยจึงรักษาความอยู่รอดของไขมันไว้ได้ถึง 70 % หลังจากผ่านไป 6 เดือน และควรฉีดซ้ำอีกครั้ง เพื่อให้ได้ผลการเติมเต็มไขมัน 100 % ซึ่งข้อดีของการใช้ไขมันตัวเองเติมเต็มส่วนต่างๆ ที่ต้องการนั้นบอกเลยว่ามีมากมายดังนี้

  1. ไขมันที่ฉีดเข้าไปจะผสานเข้าสู่เซลล์ผิวหนังเราได้ดี ไม่เกิดการต่อต้าน เพราะเป็นไขมันของตัวเราเอง ไม่เกิดอาการแพ้ หรือสร้างปัญหาในระยะยาว
  2. ไขมันที่ฉีดเข้าไปจะอยู่ได้ถาวรประมาณ 70 % ส่วนที่เหลือจะสลายไปเองตามธรรมชาติ ไม่ต้องกังวลวาจะเกิดการตกค้าง หรือสร้างผลร้ายต่อร่างกาย
  3. เป็นการผ่าตัดที่มีความเจ็บปวดน้อย เพราะมีเพียงรอยเข็มเล็กๆ เท่านั้น
  4. เป็นการนำไขมันส่วนที่ไม่จำเป็นมาเติมเต็มในส่วนที่ต้องการ จึงเรียกว่าเป็นการได้ประโยชน์สองต่อ
  5. เมื่อทำแล้วให้ความเป็นธรรมชาติสูง อาทิ การฉีดไขมันที่หน้า การฉีดเข้าที่หน้าอก จะให้สัมผัสที่เหมือนไม่ได้ทำศัลยกรรมมาเลยทีเดียว
  6. ช่วยเติมเต็มรอยร่องลึกบริเวณใบหน้าให้กลับมาเต่งตึง ช่วยให้หน้าดูเด็กลง
  7. สามารถปรับรูปหน้าให้สมบูรณ์แบบขึ้นได้ ในกรณีที่มีหน้าตอบ แก้มยุบ หรือผิวหนังหย่อนคล้อย
  8. ฉีดได้หลายตำแหน่งทั่วทั้งในหน้า ไม่ว่าจะเป็น รอยย่นที่หน้าผาก รอยขมวดคิ้ว ถุงใต้ตา โหนกแก้ม ร่องแก้ม เติมเต็มหน้าผากโหนก ริมฝีปาก รวมทั้งรอยเหี่ยวย่นที่คอ และหลังมือด้วย

สร้างสรรค์มาเพื่อความสวยงามของสาวๆ ขนาดนี้ หวังว่าทุกคนจะมีทางเลือกในการยกระชับผิวหน้าและเติมเต็มริ้วรอยต่างๆ ให้หายไปได้อย่างที่ต้องการแล้วนะคะ

 

 

หมดปัญหาหน้าอกหย่อนยานด้วยการศัลยกรรม

 

การเสริมหน้าอก
การเสริมหน้าอก

เมื่ออายุเริ่มสูงขึ้น ปัญหาหน้าอกหย่อนยาน ก็อาจจะเข้ามาทำให้สาวๆ หลายคนหนักใจ สาเหตุส่วนใหญ่บางคนเกิดขึ้นจากการให้นมบุตร แต่บางคนก็เป็นเพราะอายุเยอะก็ทำให้หน้าอกหย่อนคล้อยลงได้ วิธีการแก้ปัญหานี้บอกเลยว่าการศัลยกรรมช่วยได้ แถมมีหลายวิธีให้เลือกอีกต่างหาก แต่จะมีวิธีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

  1. การเสริมหน้าอก ซึ่งจะสามารถแก้ปัญหาการหน่อยยานและเพิ่มขนาดหน้าอกไปในตัว แผลที่ทำมีขนาดเล็กและสามารถเลือกวิธีได้อีกหลายวิธีด้วย
  2. การผ่าตัดเคลื่อนย้ายหัวนมและปานนม โดยวิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีหน้าอกหย่อนแค่เล็กน้อย เพราะการยกตำแหน่งของเต้านมจะสามารถยกได้ 1 ซ.ม. แถมทำแล้วมีแผลขนาดเล็กมากด้วย
  3. การผ่าตัดรอบปานนม เหมาะกับผู้ที่มีขนาดปานนมใหญ่ว่า 4 ซม. ซึ่งสามารถทำร่วมกับการเสริมหน้าอกได้ด้วย
  4. การผ่าตัดแบบมีแผลเป็นแนวตรง เหมาะกับผู้ที่มีเต้านมหย่อนยานไม่มากเท่าไร หรือคนที่มีนมหน่อยยานมากๆ ก็สามารถทำได้ แต่จะมีรอยย่นใต้ราวนมประมาณ 2 อาทิตย์
  5. เป็นการผ่าตัดเสริมหน้าอกรูปตัวที ตรงบริเวณรอบหัวนม วิธีนี้สามารถลดขนาดของเต้านมได้ดี จัดทรงเต้านมได้สวยงาม และสามารถเสริมหน้าอกร่วมด้วยได้ แต่มีข้อเสียที่แผลเป็นอาจจะเห็นได้ชัดเจนไปหน่อย

แต่การจะเลือกวิธีใดนั้นต้องขึ้นอยู่กับลักษณะหน้าอกของแต่ละคนด้วย เพราะบางวิธีเหมาะกับผู้ที่หน้าอกหน่อยยานเพียงเล็กน้อย หรือบางวิธีก็สามารถเสริมหน้าอกไปด้วยได้เลย ดังนั้นต้องขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์และความต้องการของคนไข้เองด้วย แต่ไม่ว่าอย่างไร การศัลยกรรมแก้ปัญหาการหน่อยยานของหน้าอกก็สามารถทำให้สาวๆ กลับมามีหน้าอกที่กระชับเต่งตึงได้อย่างที่ใจต้องการเลยละค่ะ

3 ขั้นตอนง่ายๆ ก่อนจะคิด ศัลยกรรมจมูก

ใครที่กำลังคิดจะไปทำศัลยกรรมจมูก คงกำลังปวดหัวว่าต้องเริ่มอย่างไร แบบไหน ที่ไหน เพราะการทำศัลยกรรม ไม่ใช่เสื้อผ้าที่หากไม่ชอบเราก็ถอดทิ้งซื้อใหม่ได้ แต่การศัลยกรรม ทำแล้ว ทำเลย การจะปรับแก้เปลี่ยนใหม่ คือการเจ็บตัวซ้ำ และต้องเสียเงินเพิ่มเป็น 2 เท่าด้วย ซึ่งบางคนถึงกับเสียเซลฟ์ เพราะรีบตัดสินใจทำศัลยกรรมเร็วเกินไปก็มี โดยก่อนทำศัลยกรรมจมูก ควรทำตาม 3 ขั้นตอนนี้

  1. การสะสมข้อมูล ข้อมูล เป็นสิ่งที่เราควรรู้และทำความเข้าใจตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็น ทรงจมูกที่เราชอบ ราคา ชนิดการทำ การดูแลหลังการทำ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เรามั่นใจขึ้นได้ว่าทำออกมาแล้วจะถูกใจเราที่สุด แหละที่เราจะหาข้อมูลได้ก็จากเพื่อนที่เคยทำจมูกมา หรือศึกษาจากในอินเตอร์เน็ตนั้นเอง ทางที่ดีควรเลือกแบบถูกใจไว้เยอะ เก็บรูปมาไว้เลยก็ได้ เพราะเราอาจจะอธิบายคุณหมอไม่ได้ชัดเจนเท่าเอารูปให้ดู แต่ควรจะเลือกมาหลายทรงหน่อย เพราะรูปหน้า รูปทรงศีรษะแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทรงสวยๆ บางทรงเราอาจจะทำไม่ได้
  2. เลือกสถานที่ทำจมูก จะเลือกตามคนใกล้ชิดที่เคยไปทำมาแล้วสวย หรือเลือกตามข้อมูลที่เราหาจากอินเตอร์เน็ตก็ได้ แต่ควรจะดูรีวิวการศัลยกรรมจมูกของสถานเสริมความงามเหล่านั้นก่อนด้วย พยายาเลือกดูรีวิวคนที่มีทรงใบหน้าคล้ายกับเรา หรือทำจมูกทรงเดียวกับเรา เพื่อให้ได้ข้อมูลคร่าวๆ ว่าหลังจากทำแล้วเป็นอย่างไร
  3. เข้าไปปรึกษาในสถานเสริมความงามที่เราต้องการจะทำ เพื่อให้คุณหมอประเมินโครงสร้างหน้าและเนื้อจมูกของเราว่าจะทำทรงไหนได้ และตรงกับความต้องการของเรารึเปล่า ทางที่ดีให้ลองปรึกษา 2 คลินิกไปเลยค่ะ

ทำเพียง 3 ขั้นตอนง่ายๆ เท่านั้น การศัลยกรรมจมูกของคุณก็จะผ่านไปได้อย่างราบลื่นแล้งละค่ะ