Fat Grafting เทคโนโลยีขั้นสุด ที่ไม่ใช่แค่ดูดไขมัน แล้วฉีดกับเข้าไป

เทคโนโลยีใหม่ๆ ในวงการศัลยกรรมของโลกตอนนี้บอกเลยว่าก้าวหน้าไปไกลหลายขั้นแล้ว ในสมัยก่อน การทำศัลยกรรมอาจเป็นเรื่องเสี่ยงที่คนไข้ต้องคอยลุ้นว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ในปัจจุบันมีสถานเสริมความงามที่มีคุณภาพผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด การแข่งขันที่สูงเลยทำให้แต่ละแห่งงัดคุณภาพ งัดงานดีๆ ออกมาสู้กันยิบตา

และเทคโนโลยี Fat Grafting ก็เป็นอีกกลยุทธ์ล่าสุดที่หลายๆ สถานเสริมความงาม นำมาเป็นตัวช่วยสำคัญให้ผู้มาใช้บริการ ซึ่ง Fat Grafting ก็คือการดูดไขมันในส่วนที่ไม่จำเป็นของตัวเองออกมา แล้วนำไปเติมเต็มในส่วนที่ต้องการแทนนั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นการเสริมหน้าอก การเติมร่องรอยตีนกา การทำหน้าให้เต่งตึง แต่การจะนำเอาไขมันตัวเองมาใช้ ไม่ใช่ทำง่ายๆ แบบนึกอยากจะดูดก็เอาเข็มดูดออกมา แล้วนึกอยากจะฉีดก็ฉีดกลับเข้าไป เพราะในความเป็นจริงแล้ว แพทย์ต้องเลือกส่วนของไขมันที่ดีในส่วนต่างๆ ของร่างกายที่เราไม่ต้องการออกมาเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็น ต้นขา หน้าท้อง สะโพก เมื่อได้ไขมันตามจำนวนที่ต้องการแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนของการเตรียมไขมัน ซึ่งเป็นงานละเอียดอ่อน ด้วยการนำไขมันไปเข้าเครื่องปั่นทางการแพทย์ เพื่อแยกชั้นไขมัน แยกเนื้อเยื่อไขมันที่มีชีวิต แล้วเลือกไขมันที่มีชีวิตรอดมาใช้ จากนั้นนำส่วนไขมันที่ได้ไปสกัดเซลล์ไขมัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีไขมันที่มีชีวิตอยู่ในปริมาณที่แน่นอน เวลาแพทย์ฉีดในบริเวณที่เราต้องการก็จะได้คำนวณได้ถูกต้องว่าต้องฉีดไขมันเข้าไปเท่าไร ซึ่งเทคนิคการฉีดไขมันเข้าสู่ร่ายกายคนไข้ให้ได้ความเรียบเนียนนั้น ต้องใช้แพทย์ที่มีประสบการณ์เป็นอย่างมาก เพราะธรรมชาติของเซลล์ไขมันจะบอบบางเป็นอย่างมาก

เห็นมั้ยค่ะว่า Fat Grafting เป็นเทคโนโลยีขั้นสุดที่แสดงให้เห็นความก้าวหน้าทางนวัตกรรมในวงการศัลยกรรมได้เป็นอย่างดี สาวๆ หนุ่มๆ คนไหนอยากสวยทางลัดแบบไม่ต้องเจ็บตัว Fat Grafting เป็นคำตอบที่ใช่มากๆ

อาหารต้องห้ามของคนที่เพิ่งทำศัลยกรรม

เรื่องของความสวยความงาม ไม่มีใครจะสามารถปฏิเสธได้ เพราะไม่ว่าจะวัยรุ่น วัยเรียน วัยทำงาน วัยผู้ใหญ่ หรือแม้แต่กระทั้งผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปแล้ว ก็ยังอยากมีใบหน้าที่สวยหล่อตราบนานเท่านาน แต่กาลเวลาก็มักจะพรากความงามของเราไป การศัลยกรรม จึงเป็นทางออกที่ดีที่จะช่วยย้อนเวลาและเติมเต็มความสวยให้แก่เราได้ แต่สิ่งสำคัญพอๆ กับการทำศัลยกรรมก็คือ การดูแลตัวเองหลังการทำศัลยกรรม โดยเฉพาะการรับประทานอาหาร มีอาหารหลายชนิดที่เราควรหลีกเลี่ยง ซึ่งมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

  1. อาหารรสจัด เพราะความเผ็ดมักจะทำให้น้ำมูลของเราไหล และน้ำมูลคือสารคัดหลั่งที่มีเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่ทำศัลยกรรมจมูกมาเกิดอาการอักเสบภายในโพรงจมูกได้ รวมทั้งความเผ็ดยังทำให้เกิดความร้อน เหงื่อออกเยอะ แผลที่เราไปศัลยกรรมก็อาจเกิดติดเชื้อได้
  2. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะมีผลต่อแผลศัลยกรรม อาจจะทำให้แผลหายช้ากว่าปกติ รวมทั้งการเมามากๆ จนขาดสติอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุกับแผลได้
  3. ไข่ การงดรับประทานไข่หลังผ่าตัดเป็นความเชื่อมายาวนาน แม้ว่าจะไม่มีข้อพิสูจน์ว่าทานได้หรือทานไม่ได้ แต่ในระยะแรกๆ หลายก็มักจะงดไปก่อน
  4. ผลไม้ดอง เป็นสิ่งที่ควรงดไปก่อน และควรเปลี่ยนไปทานผลไม้สดจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า
  5. น้ำมะพร้าว แม้จะเป็นน้ำที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากๆ แต่หลังจากทำศัลยกรรมมาบางคนรับประทานน้ำมะพร้าวแล้วเกิดอาการบวมและช้ำนานขึ้นกว่าเก่า ดังนั้นจึงควรงดไปก่อน

 

เมื่ออยากสวยแล้ว ก็ควรจะดูแลตัวเองให้ดีหลังจากทำศัลยกรรมมา เพราะการไม่ดูแลตัวเอง อาจทำให้แผลบวม หายช้า หรือหนักถึงขั้นเกิดการติดเชื้อเลยก็ได้ ดังนั้นอดใจสักนิด เมื่อแผลหายแล้ว เราก็สามารถรับประทานทุกอย่างได้ตามปกติแล้วค่ะ